วิธีรับมือกับอาการเจ็บแน่นหน้าอกเฉียบพลัน

ภาวะเจ็บแน่นหน้าอกเฉียบพลัน อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น โรคที่เกิดจากระบบทางเดินหายใจ ทางเดินอาหาร กล้ามเนื้อหัวใจ หรือหลอดเลือดตีบ สาเหตุที่สำคัญ คือ ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดจากหลอดเลือดหัวใจตีบซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต

สัญญาณอันตรายจากภาวะหัวใจขาดเลือด

อาการเจ็บแน่นหน้าอกระหว่างราวนม ลิ้นปี่ คล้ายมีอะไรบีบรัดหรือกดทับ อาจร้าวไปที่คอ กราม แขนซ้ายด้านใน และอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น เหงื่อออก ตัวเย็น เวียนศีรษะ หน้ามืด เหนื่อยหอบ นอนราบไม่ได้ ใจสั่น เป็นลักษณะเฉพาะของโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ที่เป็นผลจากภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบตัน เมื่อหลอดเลือดหัวใจตีบตัน กล้ามเนื้อหัวใจจะตายในเวลาอันรวดเร็วภายใน 6 ชั่วโมง กล้ามเนื้อหัวใจส่วนที่ขาดเลือดอาจตายมากถึง 90% และส่วนที่ดีอีกประมาณ 10% ถ้ากล้ามเนื้อหัวใจตายเป็นบริเวณกว้าง จะทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน หัวใจวายเฉียบพลัน และเสียชีวิตในที่สุด

โอกาสในการเกิดภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบตัน

ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ ผู้ชายอายุ 40 ปีขึ้นไป และผู้หญิงอายุมากกว่า 55 ปีขึ้นไป โดยมีโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง สูบบุหรี่ เครียด ขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หรือมีประวัติสมาชิกในครอบครัวที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ ความเสี่ยงจะยิ่งสูงขึ้น

การรักษาเพื่อเปิดหลอดเลือดที่ตีบตัน
  • การให้ยาละลายลิ่มเลือด (ดีที่สุดภายใน 30 นาที หลังผู้ป่วยมาถึงโรงพยาบาล)
  • การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน (ดีที่สุดภายใน 90 นาที หลังผู้ป่วยมาถึงโรงพยาบาล)
  • การผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจ

จะเห็นได้ว่าการรักษาโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ญาติหรือคนใกล้ชิด ควรรีบส่งผู้ที่มีอาการสงสัยว่าอยู่ในภาวะหัวใจขาดเลือด พบแพทย์ที่โรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด ซึ่งแพทย์จะรักษาโดยการเปิดหลอดเลือดหัวใจทันที เพื่อให้กล้ามเนื้อหัวใจเสียหายน้อยที่สุด ลดอัตราการตาย และภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้